15 ที่เที่ยวเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน อัปเดตใหม่ 2566

Last updated: 31 ม.ค. 2566  |  369 จำนวนผู้เข้าชม  | 

15 ที่เที่ยวเวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน อัปเดตใหม่ 2566

ช่วงนี้เวียดนามกำลังมาแรง โดยเฉพาะเวียดนามกลาง ที่มีเมืองฮอตฮิตของนักท่องเที่ยวอย่าง เว้ ดานัง และฮอยอัน วันนี้ชิลไปไหนขอแจก 15 พิกัดที่เที่ยวในเวียดนามกลาง ใครกำลังจะมีแพลนไปเที่ยวเวียดนามอยู่มาดูกันเลย

เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)

บาน่าฮิลล์เป็นเมืองเล็กๆ สไตล์ยุโรปที่ถูกย่อขนาดมาไว้บนเขาในประเทศเวียดนาม ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 25 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนความสูง 1,487 เมตร การจะเดินทางขึ้นไปที่บาน่าฮิลล์นั้นต้องโดยสารเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งขอบอกเลยว่าการเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการโดยสารเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย ระยะเดินทางโดยสายเคเบิ้ลนี้มีความยาวถึง 5,042 เมตร และสูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร นับว่าเป็นการเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน หรือจะเป็นประสบการณ์ความหวาดเสียวจากระยะทางและความสูงของการผจญภัยครั้งนี้!  งั้นเราไปเริ่มเช็คอินกันที่ละจุดกันเล้ย

1.หมู่บ้านชาวฝรั่งเศส

หมู่บ้านชาวฝรั่งเศส ส่วนนี้จะรวมสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างแบบฝรั่งเศสโบราณไม่ว่าจะเป็น จัตุรัส, โบสถ์, เมือง, หมู่บ้าน, โรงแรม ลองแวะไปยืนโพสท่าสวยๆ ชิคๆ สักรูปให้เข้ากับบรรยากาศเหมือนกับไปเดินเล่นที่หมู่บ้านฝรั่งเศสราวกับย้อนอดีต และสัมผัสกับความโรแมนติกของฝรั่งเศสโบราณ

 

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)

ถ้ำฟองญาถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1899 ในช่วงสมัยสงครามอเมริกา ถ้ำแห่งนี้ถูกใช้งานเป็นโรงพยาบาล หลังจากนั้นมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษได้เริ่มออกสำรวจ พบว่าถ้ำมีขนาดกว้าง 7,729 เมตร สูง 50 เมตร และมีความลึกของระดับน้ำถึง 83 เมตรซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 2003 ซึ่งถ้ำนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญา (Phong Nha National Park) การจะเข้ามาเยี่ยมชมนั้นจะมีทางเข้าอยู่ 2 โซน ได้แก่ The Twilight Zone และ The Dark Zone

Twilight Zone จะเป็นโซนหินงอกหินย้อยที่ตกแต่งไปด้วยไฟสีสันสวยงาม โซนนี้จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งต้องบอกเลยว่าจะเป็นระยะทางที่คุ้มค่า งดงาม เกินคำบรรยายมากที่สุด และในส่วนนี้ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ อย่างเช่น กุ้ง ปู และ ปลาไหล ให้เห็นอีกด้วย

The Dark Zone เมื่อพ้นเขตของแสงไฟแล้ว ถ้ำก็จะมืดลงเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นอะไรเลย ในการทัวร์ถ้ำส่วนนี้ จะมีไกด์ขับเรือมืออาชีพ.คอยให้ข้อมูลเพื่อนำทางเราไปเรื่อยๆ ด้วยระยะทางถึง 4.5 กิโลเมตรกันเลยทีเดียวค่ะ! ขอบอกเลยว่าน่ากลัว  และน่าหวาดเสียวสุดๆ แต่ก็ครั้งหนึ่งในชีวิตก็ต้องลองสักครั้งให้ได้ รับรู้รสชาติของประสบการณ์ใช่มั๊ยละค้า ซึ่งในความมืดนี้ก็มีเหล่าสัตว์กลางคืนอาศัยอยู่เช่นกันค่ะ เขาบอกด้วยนะคะว่า สัตว์พวกนี้จะตาบอด. เช่น ค้างคาวตาบอด รวมถึงจิ้งหรีด และจิ้งจก ฮือออ พูดแล้วก็ขนลุกเลยค่ะ TT ซึ่งคุณไกด์บอกว่า ที่นี่มีจิ้งจกสีแดงอาศัยอยู่ด้วย แต่ยากมากที่มันจะออกมาให้เห็น แต่ก็ไม่เป็นไรจ้า ขอไม่รบกวนคุณจิ้งจกแล้วกันน้าาาา

ภาพประกอบ - https://www.yingpook.com/blogs/world/15-best-in-vietnam

 

3.เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)

อ่าวฮาลองมีขนาด 1,553 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหมู่เกาะ 1,969 แห่ง ซึ่งมีอายุทางธรณีวิทยาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 250 ถึง 280 ล้านปี และเคยถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกถึงสองครั้งในปี ค.ศ.1994 ในด้านความสวยงามของธรรมชาติ และในปี ค.ศ. 2000 ในด้านคุณค่าทางภูมิศาสตร์ และยังเคยถูกยกให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ทางธรรมชาติของโลกในปี ค.ศ. 2011 อ่าวฮาลองถูกขนานนามโดยกวีผู้ยิ่งใหญ่ว่า “ความมหัศจรรย์แห่งแผ่นดินที่สูงเสียดฟ้า” ที่นี่ยังถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งธรณีวิทยาด้วยนะค้า

4.เที่ยวเมืองในเขา นาข้าว ซาปา (Sa Pa)

ซาปาเป็นเขตพื้นที่ตั้งอยู่บนเขาติดกับชายแดนประเทศจีน ทางเหนือของประเทศเวียดนามค่ะ ถ้าเดินทางมาที่นี่จากฮานอย  เราจะสามารถเห็นแนวเทือกเขาแอลป์ได้ด้วยน้า ซาปาเป็นเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าที่นี่จะค่อนข้างชนบทก็ตาม และสิ่งที่ทำให้หลายๆ คน อยากจะมาเช็คอินที่นี่นั่นก็คือ นาข้าวขั้นบันได  ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นความสวยงามของธรรมชาติที่มนุษย์ได้คิดสร้างสรรค์ขึ้น 

 

5.เที่ยวภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne) 

ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes) ตั้งอยู่ในเมืองมุยเน่ เป็นพื้นที่เขตร้อนติดชายฝั่งทะเล ซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถบัสจากโฮจิมินห์และดาลัทได้  ภูเขาทรายนั้นจะอยู่ออกห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร และ 26 กิโลเมตร การจะไปเที่ยวภูเขาทรายทั้งสองที่นั้น  แนะนำให้จองทัวร์ส่วนตัวกับโรงแรม หรือ เอเจนซี่รถทัวร์ก็ได้ การจัดทริปสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนว่าจะไปที่ไหนก่อน แต่แนะนำว่าให้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่ภูเขาทรายค่ะ จะเป็นโมเม้นต์ที่ฟินสุดๆ เลย! 

 

6.เที่ยวเมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Old Town) 

ฮอยอันเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามในปัจจุบันนี้ และเคยเป็นเมืองท่าสำหรับการค้าขายช่วงยุคศตวรรษที่ 15 – 19 เมืองนี้มีตึกรามบ้านช่องที่ถูกปลูกสร้างขึ้นด้วยวัฒนธรรมที่ผสมผสานจากหลากหลายประเทศรวมเข้าด้วยกัน จึงทำให้ที่นี่นั้นเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์สืบมาเป็นมรดกอันล้ำค่า  เมืองเก่าฮอยอัน (Hoi An Old Town or Hoi An Ancient Town) ที่นี่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และเก็บรักษาความเป็นเมืองมรดกแห่งวัฒนธรรมไว้อย่างดีเยี่ยม และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี 1999 บอกเลยว่าเด็ดทุกมุม ถ่ายรูปสวยแน่นอนจ้า

 

7.เที่ยวเมืองเว้ สุสานพระราชวงศ์เหงียน และอนุสาวรีย์คอมเพล็กซ์ของเมืองเว้ (Hue, The Nguyen Dynasty Tombs และ Complex of Hue Monuments)

เมืองเว้ เมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนาม ตั้งที่อยู่ในภาคกลาง ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO ในปี ค.ศ. 1945 เป็นเมืองที่รวบรวมวัฒนธรรมตกทอดมาจากจีนโดยแท้ ซึ่งแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในเวียดนามที่จะมีความเป็นยุโรปเขามาผสม แต่ที่เมืองเว้ได้ถูกแต่งเติมไปด้วยสิ่งก่อสร้างแบบจีนโบราณ และประวัติจากประเทศจีนอย่างอัดแน่นกันเลยทีเดียวค่ะ

 

8.เที่ยวชายหาดญาจาง (Nha Trang Bay) 

ญาจางเป็นเมืองที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความสวยของชายหาดและการดำน้ำในทะเลน้ำลึก ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและทำรายได้ให้เวียดนามอย่างมหาศาล อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นเรียกว่าเป็นหัวใจหลักของเมืองนี้เลยทีเดียว รวมทั้งที่นี่ยังเป็นท่าต่อเรือและที่จอดเรือยอร์ชประจำปีจากประเทศฮ่องกงด้วยค่า สถานที่ที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดนั่นก็คือ ชายหาดญาจาง

9.เที่ยวเกาะฟูก๊วก (Phu Quoc island)

เกาะฟูก๊วก ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย ระหว่างชายแดนประเทศเวียดนามและประเทศกัมพูชา ห่างจากตัวเมืองโฮจิมินห์ประมาณ 50 นาที ที่นี่อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งจะเปิดให้เยี่ยมชมตลอดทั้งปี ช่วง High Season คือช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคมค่ะ ฟูก๊วกคือเกาะที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ไข่มุกเม็ดงามแห่งเวียดนาม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลที่สวยและใส เหมาะสมรับการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น

 

10.เที่ยวถ้ำซันดอง (Son Doong Cave) ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ถ้ำซันดองเป็นอีกหนึ่งถ้ำที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญา ซึ่งยังถูกยกให้เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความยาวถึง 6 กิโลเมตร สูง 200 เมตร และกว้าง 150 เมตร สุดทางถ้ำจะมีกำแพงหินสูง 80 เมตร เรียกกันว่า “กำแพงแห่งเวียดนาม” ที่นี่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำจากแม่น้ำ Rao Thuong ทำให้เกิดอุโมงค์ขนาดใหญ่และมีหินงอกหินย้อย ว่ากันว่าภายในถ้ำซันดองนั้นสามารถสร้างตึกระฟ้าอย่างในนิวยอร์กได้เลยทีเดียวค่ะ! ถ้ำแห่งนี้ยังมีอายุมามากกว่า 400-500 ล้านปี ถูกค้นพบครั้งแรกโดยชนกลุ่มน้อยชางดง แล้วยังมีเรื่องเล่าจากชาวบ้านว่า ในถ้ำนี้มีสิ่งน่ากลัวอาศัยอยู่ เพราะจะได้ยินเสียงแปลกๆ ออกมาจากถ้ำ แต่หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2009 ชาวอังกฤษได้เข้าไปสำรวจก็พบว่าเป็นเสียงน้ำที่ไหลกระทบอยู่ภายในถ้ำ

11.เที่ยวสวนดอกไม้เมืองหนาว (Flower Garden Dalat)

ดาลัทเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ซึ่งที่นี่จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 18 – 20 องศา บอกเลยว่าบางโซนของดาลัททำให้นึกถึงประเทศเกาหลีเลยทีเดียวค่ะ เพราะด้วยว่าสภาพอากาศ และทุกๆ มุมของเมืองนั้นจะมีการจัดวางสวนดอกไม้ย่อมๆ อยู่ทั่วเมือง สำหรับใครที่นั่งรถเข้าไปในเมืองดาลัทสิ่งแรกที่เห็นแล้วสะดุดตาเต็มๆ แน่นอนนั่นก็คือ ทะเลสาบกลางเมืองขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยดอกไฮเดรนเยียหลากหลายสีสัน พร้อมทั้งมีแบล็คกราวน์เป็นจัตุรัส Lam Vien และ Doha Cafe มุมนี้บอกเลยว่า สุดยอด!

12. เที่ยวเครซี่เฮาส์ หรือ ฮังญา เกสต์เฮาส์ (Crazy House or Hang Nga's Guesthouse)

ฮังญา เกสต์เฮาส์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ เครซี่เฮาส์ (Crazy House) เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยเริ่มแรกที่นี่สร้างขึ้นเพื่อให้บริการด้านห้องพักเพียงอย่างเดียวจากแรงบันดาลใจของลูกสาวประธานาธิบดีต้วน ในช่วงที่ครอบครัวของเธอกำลังจะล้มละลาย เธอต้องการโชว์ความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ให้คนได้เห็น เธอจึงเสนอแผนการสร้างครั้งนี้เพื่อกู้เงินจากธนาคาร แต่ว่ามันกลับล้มเลว ดังนั้นนอกจากความคิดที่จะทำเป็นห้องพักแล้ว เธอมีไอเดียว่าจะขายตั๋วสำหรับเข้าชมให้เข้าชม เพื่อให้คนได้มาเสพความเป็นศิลปะที่ไม่เหมือนใครของเธออีกด้วยค่ะ

 

13.เที่ยวอุโมงค์คูชิ โฮจิมินห์  (Cu Chi tunnel, Ho Chi Minh)

อุโมงค์คูชิ สถานที่ที่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อรำลึกถึง “สงครามเวียดกง” หรือ สงครามคอมมิวนิสต์ระหว่างเวียดนามและอเมริกา ซึ่งอุโมงค์หรือหลุมเหล่านี้ถูกขุดสร้างขึ้นโดยมือทหารเวียดนามในสงครามในช่วงปลายศตวรรษ 1940 อุโมงค์เหล่านี้ค่อยๆ ถูกขยายเป็นวงกว้างราว 250 กิโลเมตร เริ่มต้นจากเมืองไซง่อนจนไปถึงเขตดินแดนกัมพูชา เรียกกันว่า “อุโมงค์หนู” ค่ะ

14.เที่ยวสุสานโฮจิมินห์ ฮานอย (Ho Chi Minh's Mausoleum, Hanoi)

ที่นี่ยังเป็นเมืองที่เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สำคัญๆ ของเวียดนามไว้อีกด้วย และหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเวียดนามนั่นก็คือ สุสานโฮจิมินห์(Ho Chi Minh's Mausoleum) เป็นที่พำนักร่างของผู้นำปฏิวัติโฮจิมินห์ สุสานตั้งอยู่ในกลางจัตุรัส Ba Dinh ซึ่งเคยเป็นที่ที่ประธานโฮได้ตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม หลังจากประธานโฮเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1969 ก็ได้มีการอ่านประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม ขึ้นที่กลางจัตุรัสนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 หลังจากนั้นก็ได้เริ่มก่อสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นและเปิดให้เข้าชมในปี 29 สิงหาคม ค.ศ. 1947

15.เที่ยวดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกินพื้นที่ถึง 39,000 ตารางกิโลเมตร และตั้งอยู่บนพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ดินดอนแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากการที่แม่น้ำโขงนั้นมีต้นกำเนิดมากจากที่ราบสูงทิเบต โดยแม่น้ำสายนี้จะไหลผ่านทั้งหมด 7 ประเทศ ลงสู่น่านน้ำทะเลจีนใต้ จึงทำให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนในลักษณะดินดอน คนเวียดนามให้ชื่อกับที่นี่ว่า “ชามข้าวของชาวเวียดนาม” เพราะพื้นที่ส่วนนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกนั่นเองค่า

 

โปรแกรมท่องเที่ยวเวียดนาม >>> คลิ๊ก 

tag:vietnam2566,vietnam2023,เวียดนาม,ทัวร์เวียดนาม,สถานที่เที่ยวเวียดนาม,ไปเวียดนาม,รีวิวเวียดนาม,ซาปา,

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้